วิธีขึ้นรูปพลาสติก มีวิธีอะไรบ้างเรามาทำความรู้จักกระบวนการทั้งหมดกัน

การจัดกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตขึ้นรูปพลาสติก

อุตสาหกรรมผลิตขึ้นรูปผลิตภัณฑ์พลาสติกเป็นอุตสาหกรรมปลายน้ำของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดการผลิตขึ้นรูปชิ้นส่วนพลาสติกแสดงในรูปที่ 1 ผลิตภัณฑ์พลาสติกจะมีการใช้วัตถุดิบเอง เช่น การเติมสี หรือ ใส่สารเคมีเติมแต่งอื่นๆ จากนั้นจะทำการผสมกันแล้วทำการหลอมเพื่อเตรียมนำเข้ากระบวนการขึ้นรูปต่างๆ ซึ่งกระบวนการขึ้นรูปนั้นมีหลากหลายเพื่อให้ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ได้เหมาะสมแก่การใช้งานต่อไป เช่น การฉีด (Injection) การรีดหรือดึง (Extrusion) การเป่า (Blow) เป็นต้น หลังจากผ่านกระบวนการขึ้นรูปแล้ว ชิ้นงานพลาสติกจะแข็งตัวคงรูปเมื่อในอุณหภูมิชิ้นงานพลาสติกต่ำลง ดังนั้นจึงมีการหล่อเย็นชิ้นงาน จากนั้นจะเป็นขั้นตอนในการตกแต่งชิ้นงานให้สมบูรณ์ เช่น การตัดแต่ง การพ่นสี การขัดเงาหรือเคลือบ การพิมพ์ลาย เป็นต้น ถือว่าเป็นการสิ้นสุดการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์พลาสติก และจะทำการบรรจุเพื่อจัดส่งจำหน่ายให้แก่ลูกค้าต่อไป เนื่องจากกระบวนการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์พลาสติกนั้นมีความหลากหลายประเภทมาก ดังนั้นเมื่อพิจารณาการจัดกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก โดยพิจารณาการบริโภคพลังงานจึงจำเป็นต้องทราบก่อนว่า ปัจจัยใดมีผลทำให้เกิดการบริโภคพลังงานที่แตกต่างกันในการขึ้นรูปพลาสติก จากการศึกษาพบว่าการใช้กระบวนการผลิตที่ต่างกันการบริโภคพลังงานต่อน้ำหนักผลิตภัณฑ์จะต่างกัน กระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์แบบเดียวกันแต่ใช้วัตถุดิบที่ต่างกันจะบริโภคพลังงานไม่เท่ากัน ดังนั้นปัจจัยหลักที่สามารถแสดงความแตกต่างของการบริโภคพลังงานสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกคือกระบวนการผลิตขึ้นรูปและวัตถุของสินค้าพลาสติก
พลังงานที่ใช้ในกระบวนการผลิตขึ้นรูปผลิตภัณฑ์พลาสติก
รูปที่ 1 พลังงานที่ใช้ในกระบวนการผลิตขึ้นรูปผลิตภัณฑ์พลาสติก
จากการศึกษากระบวนการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์พลาสติก ในอุตสาหกรรมพลาสติกของประเทศไทยได้ทำการจัดกลุ่มอุตสาหกรรมขึ้นรูปผลิตภัณฑ์พลาสติก โดยพิจารณาแบ่งตามกระบวนการผลิต และ ประเภทของผลิตภัณฑ์พลาสติก ดังนั้นจึงสามารถแบ่งประเภทการขึ้นรูปพลาสติกเป็น 6 กลุ่มใหญ่ๆ และ 13 วิธีการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์พลาสติก
ตารางที่ 1.1 การจำแนกประเภทวิธีผลิตขึ้นรูปผลิตภัณฑ์พลาสติก ทั้ง 13 วิธี
ลำดับ
กระบวนการผลิตขึ้นรูปพลาสติก
ประเภทผลิตภัณฑ์พลาสติก
วัตถุดิบ (ประเภทเม็ดพลาสติก)
1
Injection Molding
ชิ้นส่วนรถยนต์, เครื่องใช้ในครัวเรือน, ชั้นวางของ, กล่องอะไหล่, ถาดพลาสติก, ตะกร้าพลาสติก, ฯลฯ
Thermoplastics PP, PE , HDPE, ABS, PS, PC
2
Blow Molding
ถังน้ำมันเครื่อง, ขวดชมพู, แกลลอน, ขวดพลาสติก, ฯลฯ
PP, PE , HDPE, PET
3
Stretch Blow Molding
ขวด PET, ฯลฯ
PET, PP , HDPE
4
Rotational Molding
ถังเก็บน้ำขนาดใหญ่, ถังขยะ, ลังพลาสติกขนาดใหญ่, วงกบ, ฯลฯ
PVC, PP, HDPE
5
Compressed Molding
ถ้วย, จาน, ชาม, ช้อน, เครื่องใช้ในครัวเรือนที่ทำจาก Melamine ฯลฯ
Melamine
6
Blow Film Extrusion
ถุงพลาสติก
HDPE , LDPE, LLDPE
7
Film Extrusion
แผ่นฟิล์ม, ฟิล์มบรรจุภัณฑ์, เทปกาว, ฯลฯ
PP , PE, LDPE, HDPE
8
Sheet Extrusion
แผ่นพลาสติก, แฟ้มพลาสติก, ฯลฯ
PP , PE, PS, PMPA
9
Pipe / Tube Extrusion
ท่อน้ำประปา, ท่อระบายน้ำ, ท่อ PVC / PE, ฯลฯ
PVC, PP, PE
10
Profile Extrusion
รางน้ำฝน, ขอบหน้าต่าง, รางสายไฟ, วงกบ, ฯลฯ
PVC Rigid, HDPE
11
Tape Yarn / Filament Extrusion
กระสอบพลาสติก, ถุงปุ๋ย, ถุงจำโบ้, ฯลฯ
PP, HDPE, PA6, PA66, PET
12
Thermoforming
ถาดใส่บรรจุภัณฑ์อาหาร, ถาดเพาะเมล็ดกล้า, ถ้วยน้ำดื่ม, ฯลฯ
PS, PP, PE, PET
13
Laminating
ถุงใส่ขนมอบกรอบ, ถุงบรรจุภัณฑ์หลายชั้น, ฯลฯ
PP, PE
หมายเหตุ: การเปรียบเทียบระหว่ากลุ่ม Blow Molding กับ Stretch Blow Molding เป็นการผลิตขึ้นรูปผลิตภัณฑ์พลาสติกประเภทขวดบรรจุภัณฑ์เหมือนกัน แต่เนื่องจากมีกระบวนการผลิตขึ้นรูปที่แตกต่างกัน ทำให้การใช้พลังงานของแต่ละกลุ่มจะไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ จึงต้องทำการแยกกลุ่มออกจากกัน

1. การขึ้นรูปพลาสติกด้วยการฉีด Injection Molding

การขึ้นรูปแบบฉีด จะเริ่มจากวัตถุดิบเม็ดพลาสติกหรือเป็นผงก็ได้ลงในกรวยเติม จะถูกเกลียวหนอนหมุนส่งไปยังด้านหน้าของกระบอกสูบ ซึ่งมีแผ่นความร้อนไฟฟ้า (Electrical Heater) ทำให้พลาสติกหลอมเหลว หลังจากนั้นจะเคลื่อนเกลียวหนอนให้ดันพลาสติกผ่านหัวฉีดไปเข้าแม่พิมพ์ (Mold) ซึ่งปิดอยู่แม่พิมพ์ซึ่งจะมีการหล่อเย็นด้วยน้ำเย็นที่ผลิตจากเครื่องทำน้ำเย็น (Chiller) เพื่อทำให้ชิ้นงานเย็นและแข็งตัวสามารถถอดออกจากแบบได้ในระยะเวลาสั้นโดยการ จากนั้นจะส่งไปตกแต่งชิ้นงานต่อไป ดังรูปที่ 6
แสดงวิธีการขึ้นรูปพลาสติกแบบฉีด Injection Molding
รูปที่ 6 แสดงการขึ้นรูปพลาสติกแบบฉีด Injection Molding
แผนฝังและขั้นตอนกระบวนการผลิตขึ้นรูปแบบฉีด Injection Molding
แผนฝังกระบวนการผลิตขึ้นรูปแบบฉีด Injection Molding
แสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยการฉีด Injection Molding
รูปที่ 7 แสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยการฉีด Injection Molding ผลิตภัณฑ์จากการฉีดมีหลายรูปแบบมาก เช่น อุปกรณ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในครัวเรือน สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ลังอะไหล่ กล่องอะไหล่ ตะกร้าผลไม้ กล้องใส่อาหาร เป็นต้น

2. การขึ้นรูปพลาสติกด้วยการเป่า Blow Molding

2.1 การขึ้นรูปพลาสติกเอกซ์ทรูดเป่าขึ้นรูป (Extrusion blow)

Blow Molding คือ เป็นการเป่าขึ้นรูปขวดพลาสติกโดยเริ่มจากวัตถุดิบคือ เม็ดพลาสติกชนิด HDPE (ส่วนใหญ่) PP, PE เป็นต้น นำเม็ดพลาสติกมาหลอมใน Extruder โดยใช้ความร้อนจาก Heater ไฟฟ้าจากนั้นสกรูจะอัดพลาสติกเหลว โดยใช้หลักการขับเคลื่อนสกรูและการปิด-เปิด Mold ด้วยระบบ Hydraulics ส่งผ่านหัว Die Head ออกมาเป็นลักษณะทรงกระบอก (Parison) จากนั้น Mold จะเคลื่อนตัวมาประกบแล้วเป่าลม โดยใช้อากาศอัด เพื่อให้เนื้อพลาสติกขยายเต็มตาม Mold เมื่อเต็ม Mold แล้วจะมีน้ำเย็นจากเครื่อง Chiller ไหลมาหล่อเย็นเพื่อให้ชิ้นงานแข็งตัวคงรูปตามแม่พิมพ์ที่ต้องการ ดังรูปที่ 2
แสดงวิธีการขึ้นรูปพลาสติกด้วยการเป่า Blow Molding
รูปที่ 2 แสดงการขึ้นรูปพลาสติกแบบเป่า Blow Molding
แผนฝังและขั้นตอนกระบวนการผลิตขึ้นรูปแบบเป่า Blow Molding
แผนฝังกระบวนการผลิตขึ้นรูปแบบเป่า Blow Molding
แสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยการเป่า Blow Molding
รูปที่ 3 ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ขวดพลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยการเป่า Blow Molding
ขวดบรรจุภัณฑ์ประเภท ขวดน้ำมันเครื่อง แกลอนน้ำมัน ขวดแชมพู ขวดนมเปรี้ยว ขวดน้ำหมึก เป็นต้น

2.2 การขึ้นรูปพลาสติกด้วยการเป่ายืด Stretch Blow Molding

Stretch Blow Molding คือ กระบวนการผลิตขวดบรรจุภัณฑ์เหมือนกัน ซึ่งการขึ้นรูปแบบนี้จะเป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ภาชนะพลาสติก เพราะมีความหนาเฉลี่ยที่แน่นอน ลดค่าใช้จ่ายในการผลิต เพราะเกิดของเสียน้อยและยังได้ภาชนะที่ไม่มีตะเข็บรอยต่อตรงคอและก้นของภาชนะ จึงทำให้มีคุณภาพสูงกว่า การขึ้นรูปแบบ Blow Molding ซึ่งการขึ้นรูปแบบ Stretch Blow Molding จะแบ่งขั้นตอนการผลิตออกเป็น 2 ส่วนคือ การฉีดเพื่อทำให้เป็น Pre-Form ที่ได้ไปเข้าสู่ขั้นตอน Stretch Blow เพื่อขึ้นรูปตามแม่พิมพ์ต่อไป
การฉีด (Injection Molding) คือ ใช้หลักการขับเคลื่อนสกรูและการปิด-เปิด Mold ด้วยระบบ Hydraulics หรือใช้มอเตอร์ไฟฟ้า เริ่มจากวัตถุดิบเม็ดพลาสติก ส่วนใหญ่เป็นชนิด PET จากนั้นนำไปหลอมใน Extruder โดยใช้ความร้อนจาก Heater ไฟฟ้า จากนั้นสกรูจะอัดส่งผ่าน หัว Nuzzle ผ่าน Runner เข้าสู่ Mold (ซึ่งการผลิต Pre-form ส่วนใหญ่จะใช้ Hot Runner เพื่อลดปริมาณของเสีย) เนื้อพลาสติกไหลเข้าเต็ม Mold จะมีน้ำเย็นจาก Chillerไหลผ่าน Mold เพื่อให้ชิ้นงานเย็นและแข็งตัว จากนั้น Mold จะเปิดออกเพื่อให้นำชิ้นงานออก
การเป่า (Stretch Blow) คือ การเป่าขึ้นรูปขวดโดยใช้วัตถุดิบคือ Pre-form จากการฉีด นำมาอุ่นให้ Pre-form อ่อนตัวจากนั้น Mold จะมาประกบ แล้วจะมีแท่งเหล็กดกกันตัว Pre-from ให้ยืดลงในแนวดิ่งแล้วทำการเป่าให้ขยายเต็มแม่พิมพ์ จากนั้นจะมีน้ำเย็นไหลผ่าน Mold เพื่อให้ขวดแข็งตัวคงรูป แล้วเปิด Mold ปล่อยขวดออกมาเป็นอันเสร็จสิ้น รายละเอียดดังรูปที่ 4
แสดงวิธีการขึ้นรูปพลาสติกด้วยการเป่า Stretch Blow Molding
รูปที่ 4 แสดงการขึ้นรูปพลาสติกแบบเป่ายืด Stretch Blow Molding
หลอด Pre-from ที่ได้จากการฉีดก่อนนำไปเป่าอีกครั้ง
แผนฝังและขั้นตอนกระบวนการผลิตขึ้นรูปแบบเป่า Stretch Blow Molding
แผนฝังกระบวนการผลิตขึ้นรูปแบบเป่ายืด Stretch Blow Molding
แสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยการเป่า Stretch Blow Molding
รูปที่ 5 แสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์ขวดพลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยการเป่า Stretch Blow Molding ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นขวดบรรจุประเภทน้ำดื่ม น้ำผลไม้ ขวดโหลปากว้าง ถังน้ำดื่ม ขวดซอสปรุงรส ขวดน้ำมันพืช เป็นต้น

3. การขึ้นรูปพลาสติกด้วยการหมุน Rotational Molding

การขึ้นรูปผลิตภัณฑ์พลาสติกโดยวิธีหมุน (Rotation Molding) อีกชื่อหนึ่งคือ "rotomolding" เหมาะสำหรับผลิตชิ้นงานภายในกลวงขนาดใหญ่ ซึ่งจะได้ชิ้นงานที่ไม่มีความเค้น ผิวงานเรียบร้อย ระยะเวลาการผลิตต่ำ และมีความหนาสม่ำเสมอ หลักการทำงานของกระบวนการขึ้นรูปแบบหมุน (Rotational Molding) ประกอบไปด้วยขั้นตอนหลัก 4 ขั้นตอน ดังนี้ ดังรูปที่ 8
1. การใส่วัตถุดิบ (loading) วัตถุดิบที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นพลาสติกพวกเทอร์โมพลาสติก อาจจะมีลักษณะเป็นของเหลว หรือ เป็นผงก็ได้ นำมาใส่เข้าไปในแม่พิมพ์กลวงหลังจากนั้นปิดฝาประกบแม่พิมพ์
2. การขึ้นรูปหรือการหลอมละลาย (molding หรือ curing) ย้ายแม่พิมพ์เข้าไปยังห้องร้อน เพื่อนำไปหมุนสองแกนพร้อมทั้งให้ความร้อนเพื่อให้พลาสติกเหลว และไหลเกลี่ยไปตามผิวภายในของแม่พิมพ์จนทั่วถึง ด้วยแรงโน้มถ่วง (ไม่ใช่แรงเหวี่ยง)
3. การทำให้เย็น (cooling) ย้ายไปยังห้องเย็นโดยอาจจะใช้อากาศเย็น หรือน้ำเย็นพ่นใส่แม่พิมพ์ แต่แม่พิมพ์จะต้องยังคงหมุนอยู่ เพื่อลดการหดตัวของชิ้นงานขณะทำการหล่อเย็น
4. การนำเอาชิ้นงานออก (unloading) จากนั้นเมื่อชิ้นงานแข็งตัวและคงรูปแล้ว ก็สามารถเปิดแม่พิมพ์ออก เพื่อนำชิ้นงานออกได้
แสดงวิธีการขึ้นรูปพลาสติกด้วยการหมุน Rotational Molding
รูปที่ 8 แสดงการขึ้นรูปพลาสติกแบบหมุน Rotational Molding
แผนฝังและขั้นตอนกระบวนการผลิตขึ้นรูปแบบหมุน Rotational Molding
แผนฝังกระบวนการผลิตขึ้นรูปแบบหมุน Rotational Molding
แสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยการหมุน Rotational Molding
รูปที่ 9 แสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยการหมุน Rotational Molding ถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ ถังที่ใช้ในอุตสาหกรรม ห้องอาบน้ำ ถังขยะ เรือบดทั้้งลำ เครื่องเล่นสำหรับเด็กในสวนสนุก เป็นต้น

4. การขึ้นรูปพลาสติกด้วยการอัด Compressed Molding

การขึ้นรูปพลาสติกด้วยโดยวิธีการอัด เป็นการขึ้นรูปโดยการนำผงพลาสติกที่แข็งตัวมาอัดในแม่พิมพ์ภายใต้ความดันและอุณหภูมิที่เหมาะสม ซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่ที่ใช้กระบวนการนี้ คือ ผงเมลามีน (Melamine) ขั้นตอนการผลิตทำโดย เริ่มจากนำผงพลาสติกมาชั่งให้ได้น้ำหนักตามที่ต้องการ จากนั้นนำไปอบไล่ความชื้นและเป็นการอุ่นวัตถุดิบก่อนเข้าแม่พิมพ์ จากนั้นนำไปใส่แม่พิมพ์ พอเริ่มปิดแม่พิมพ์อัดให้พลาสติกแพร่ตัวไปตามช่องว่างของแม่พิมพ์จะเริ่มชะลอช้าลง เพื่อให้พลาสติกได้รับความร้อนจากแม่พิมพ์ได้ทั่วถึงยิ่้งขึ้น เมื่อถึงตำแหน่งสุด จะถึงช่วงเวลาแข็งตัวของพลาสติกเองโดยไม่ต้องใช้น้ำเย็น จากนั้นก็เปิดแม่พิมพ์นำชิ้นงานออกได้
แสดงวิธีการขึ้นรูปพลาสติกด้วยการอัด Compressed Molding
รูปที่ 10 แสดงการขึ้นรูปพลาสติกแบบอัด Compress Molding
ภาพแสดงเครื่องอัด (ก.) การขึ้นรูปแบบอัด Compress Molding (ข.)
แผนฝังและขั้นตอนกระบวนการผลิตขึ้นรูปแบบอัด Compressed Molding
แผนฝังกระบวนการผลิตขึ้นรูปแบบอัด Compress Molding
แสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยการอัด Compressed Molding
รูปที่ 11 แสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยการอัด Compress Molding ส่วนใหญ่เป็น ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเมลามิน (Melamine) เช่น จาน ชาม ถ้วย ช้อน เครื่องใช้ในครัวเรือน ที่เขี่ยบุหรี่ เป็นต้น

5. การขึ้นรูปพลาสติกด้วยการอัดรีด Extrusion Molding

กลุ่มกระบวนการอัดรีดขึ้นรูป (Extrusion) ที่สามารถจัดรวมเข้าด้วยกันได้ ซึ่งจะประกอบด้วยกระบวนการต่างๆ ดังนี้
5.1 Blow Film Extrusion
ประเภทผลิตภัณฑ์
ถุงพลาสติก
5.2 Film Extrusion
ประเภทผลิตภัณฑ์
แผ่นฟิล์มบาง
5.3 Sheet Extrusion
ประเภทผลิตภัณฑ์
เสื่อน้ำมัน หนังเทียม
5.4 Pipe/Tube Extrusion
ประเภทผลิตภัณฑ์
ท่อ PVC ท่อน้ำ
5.5 Profile Extrusion
ประเภทผลิตภัณฑ์
รางสายไฟ ขอบหน้าต่าง
5.6 Tape Yarn/Filament Extrusion
ประเภทผลิตภัณฑ์
กระสอบพลาสติก
หมายเหตุ: Tape Yarn เป็นการผลิตแบบผสมคือ การทำเส้นเทปนั้นเป็นการ Extrusion แต่หลังจากได้เส้นเทปแล้วต้องนำไปผ่านการทอ การตัด และการเย็บ จึงจะออกมาเป็น กระสอบพลาสติก
แสดงวิธีการขึ้นรูปพลาสติกด้วยการอัดรีด Extrusion
รูปที่ 12 แสดงขั้นตอนการขึ้นรูปพลาสติกแบบอัดรีดขึ้นรูป (Extrusion)
การใช้พลังงานที่เครื่องอัดรีด (Extruder) ดังรูปที่ 12 เครื่องอัดรีดของกระบวนการผลิต Extrusion ทั้ง 6 แบบ จะคล้ายๆกัน จะแตกต่างกันที่รูปแบบของหัวได ขึ้นอยู่กับลักษณะของผลิตภัณฑ์ เช่น ถ้ากระบวนการ Pipe/tube Extrusion หัวไดจะขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ที่หน้าตัดเป็นท่อ หรือถ้าใช้กระบวนการ Sheet Extrusion หัวไดจะมีหน้ากว้างซึ่งเมื่อพลาสติกเหลวไหลผ่านออกมาจะมีลักษณะเป็นแผ่น เป็นต้นส่วนขั้นตอนกรผลิตอื่นๆ เช่น การหล่อเย็น การดึงหรือลาก และ การตัดหรือม้วน ก็เหมือนกัน หากจะพิจารณาการใช้พลังงานแล้วค่อนข้างใกล้เคียงกัน สามารถจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกันได้
กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกจากการขึ้นรูปแบบอัดรีด Blow Film Extrusion
รูปที่ 13 แสดงกระบวนการผลิต และผลิตภัณฑ์พลาสติกจากการขึ้นรูปแบบ Blow Film Extrusion
กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกจากการขึ้นรูปแบบอัดรีด Sheet/Film Extrusion
รูปที่ 14 แสดงกระบวนการผลิต และผลิตภัณฑ์พลาสติกจากการขึ้นรูปแบบ Sheet/Film Extrusion
กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกจากการขึ้นรูปแบบอัด Blown Film Extrusion
รูปที่ 15 แสดงกระบวนการผลิต และผลิตภัณฑ์พลาสติกจากการขึ้นรูปแบบ Pipe/Tube/Profile Extrusion
กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกจากการขึ้นรูปแบบอัดรีด Tape/Yarn Extrusion
รูปที่ 16 แสดงกระบวนการผลิต และผลิตภัณฑ์พลาสติกจากการขึ้นรูปแบบ Tape/Yarn Extrusion

6. การขึ้นรูปพลาสติกแบบเทอร์โมฟอร์มมิ่ง Thermoforming และ การเคลือบ Laminating

การขึ้นรูปด้วยวิธีเทอร์โมฟอร์มมิ่ง (Thermoforming) และ การเคลือบ (Laminating) เป็นกระบวนการที่ต่อจาก Sheet/Film Extrusion ซึ่งก็คือ วัตถุดิบที่ใช้จะเป็นผลิตภัณฑ์จากกระบวนการ Sheet/Film Extrusion เป็นลักษณะ Secondary Process
การเทอร์โมฟอร์มมิ่ง (Thermoforming) เป็นการขึ้นรูปพลาสติกโดยการให้ความร้อนกับแผ่นฟิล์ม หรือ แผ่นพลาสติกจนถึงอุณหภูมิอ่อนตัว แล้วใช้แรงบังคับให้แนบกับแม่พิมพ์ ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นการใช้แรงดูดของสูญญากาศ (Vacuum Forming) หรือใช้ลมอัด (Blow Forming) หลังจากนั้นต้องทำให้เย็น เพื่อชิ้นงานคงรูปไว้ตามแบบของแม่พิมพ์
Thermoforming วิธีขึ้นรูปพลาสติกแบบใช้ลมอัด (Blow Forming)
รูปที่ 17 แสดงการขึ้นรูปพลาสติกแบบใช้ลมอัด (Blow Forming)
Thermoforming วิธีรูปพลาสติกแบบใช้แรงดูดสูญญากาศ (Vacuum Forming)
รูปที่ 18 แสดงการขั้นรูปพลาสติกแบบใช้แรงดูดสูญญากาศ (Vacuum Forming)
กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกจากการขึ้นรูปแบบแบบเทอร์โมฟอร์มมิ่ง Thermoforming
รูปที่ 19 แสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยเทอร์โมฟอร์มมิ่ง Thermoforming กล่องภาชนะสำเร็จรูป ถาดอาหาร ถ้วยน้ำดื่ม ถาดเพาะเมล็ดกล้า หลังคารถกระบะ
การเคลือบ (Laminating) การเคลือบหรืออัดชั้น นั้นมีหลายวิธี การเคลือบแบบผง แบบใช้ไฟฟ้าสถิต แบบใช้ความร้อน เป็นต้น หลักการคือการใช้พลาสติกเหลวเคลือบไปบนวัสดุ แล้วแต่ความหนาที่ต้องการอาจเป็นการเคลือบไปบนกระดาษ เคลือบบนพลาสติกด้วยกัน หรือ เคลือบบนผ้า ก็ได้ ดังรูปที่ 20 ประโยชน์ที่นำไปใช้เพื่อให้วัสดุมีความแข็งแรงมากขึ้น กันน้ำหรือความชื้นได้ ป้องกันรอยขีดข่วน เป็นต้น
แสดงวิธีการขึ้นรูปพลาสติกด้วยการเคลือบ (Laminating)
รูปที่ 20 แสดงการเคลือบด้วยวิธีการรีดโดยใช้ลูกกลิ่ง
กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกจากการขึ้นรูปแบบการเคลือบ (Laminating)
รูปที่ 21 แสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ได้จากการเคลือบ (Laminating)
โรงงานพลาสติก L.A PLastic
129/20 หมู่4 ซ.เพชรเกษม99 แยก 5
ต.อ้อมน้อย อ. กระทุ่มแบน
จ.สมุทรสาคร 74130 ประเทศไทย

TEL: 081-903-4147

Email: la2plastic@gmail.com
line qr come ติดต่อโรงงานผลิตพลาสติก
LINE ID: @laplastic
Copyright © 2008 by "L.A PLASTIC"  •  All Rights reserved www.laplastic.biz Tel: 081-9034147