เครื่องฉีดพลาสติก
เครื่องฉีดพลาสติก
โรงงานฉีดพลาสติก
L.A PLASTIC
Copyright © 2008 by "L.A PLASTIC"  ·  All Rights reserved www.laplastic.biz Tel: 081-9034147
เมนู
โทร: 081-9034147
การทำงานของเครื่องฉีดพลาสติกในโรงงานพลาสติก ไดอะแกรมจังหวะการฉีดพลาสติก
     จากรูปที่ 2.7    TC   =   เวลาปิดแม่พิมพ์พลาสติก
                         T
P   =   เวลาที่ชุดฉีดเลื่อนเข้าชนแม่พิมพ์
                         T
I    =   เวลาในการฉีด
                         T
H   =   เวลาเวลาในการย้ำ
                         T
K*  =   เวลาหล่อเย็นที่ปรับตั้ง
                         T
D   =   เวลาหลอมเหลวและป้อนเม็ดพลาสติกไปยังหน้าปลายเกลียวหนอน
                         T
B   =   เวลาที่ชุดฉีดถอยหลังกลับ
                         T
O   =   เวลาแม่พิมพ์พลาสติกเปิด
                         T
E   =   เวลาปลดชิ้นงานพลาสติก
                         T
SP  =   เวลาในการฉีดย้ำ (เวลาฉีดรวม)
                         T
K   =   เวลาหล่อเย็นทั้งวงจร
                         T
Z   =   เวลาการทำงานทั้งวงจร
ลิ้งไปแฟนเพจ ถาดเพาะกล้าข้าว
Google+
ลิ้งไปแฟนเพจ โรงงานพลาสติก
     ในการทำการฉีดจริงๆอาจจะไม่ต้องมีจังหวะการทำงานในช่วงเลื่อนชุดฉีดเข้าและออก (จังหวะที่ 2 และ 7) ก็ได้ โดยการแช่หัวฉีดไว้ที่แม่พิมพ์อยู่ตลอดเวลาของการทำงานในโรงงานพลาสติก เพื่อลดเวลาการทำงานทั้งวงจรลง แต่ควรจะเผื่ออุณหภูมิที่หัวฉีดเอาไว้ด้วย เนื่องจากการถ่ายเทความร้อนจากหัวฉีดไปยังแม่พิมพ์แต่วิธีที่ดีที่สุดสำหรับโรงงานฉีดพลาสติกควรใช้ชนวนกั้นระหว่างหัวฉีดกับแม่พิมพ์พลาสติก โดยใช้แผ่นเทฟล่อนหรือเบเกอร์ไลด์
     นอกจากจังหวะการทำงานตามปกติดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ทางโรงงานพลาสติกอาจเพิ่มจังหวะที่เกลียวหนอนเลื่อนถอยหลังกลับมาตามแนวแกนหลังจากหยุดหมุนแล้ว จังหวะนี้มีเอาไว้เพื่อไม่ให้พลาสติกเหลวไหลออกจากหัวฉีดเมื่อถอนชุดฉีดกลับในกรณีที่ใช้หัวฉีดแบบเปิด ซึ่งเราเรียกว่า จังหวะซักแบ็ก (suck back) หรือดีคอมเพรสชัน (decompression) ไดอะแกรมจังหวะการฉีดพลาสติกแสดงดังรูปที่ 3.7
                                                                      

การทำงานของเครื่องฉีดพลาสติก ตอน2

รูปที่ 3.7 ไดอะแกรมจังหวะการฉีดพลาสติก
                                     
งานฉีดพลาสติก ปริมาณพลาสติกเหลวที่ใช้ในการฉีดแต่ละครั้ง
รูปที่ 3.8 ปริมาณพลาสติกเหลวที่ใช้ในการฉีดแต่ละครั้ง
                                     

3.3 เวลาทำงานของเครื่องฉีดพลาสติก

     เวลาในการทำงานของเครื่องฉีดพลาสติกนั้น ทางโรงงานพลาสติกสามารถปรับตั้งได้โดยตรงกับตัวเครื่องฉีดพลาสติกหรือทางอ้อม ซึ่งจะขึ้นอยู่กับแฟกเตอร์ต่างๆ ดังนี้คือ
                  1. เวลาของการปิดแม่พิมพ์               :ระยะทาง และความเร็วของชุดปิด-เปิดแม่พิมพ์พลาสติก
                  2. เวลาฉีด                                   :ระยะทาง ปริมาณพลาสติกเหลวหน้าปลายเกลียวหนอน
                  3. เวลาย้ำรักษาความดัน                  :ความหนาแน่นของชิ้นงานฉีด ความดัน และเวลาที่ใช้ในการฉีดย้ำ
                  4. เวลาหล่อเย็นที่ปรับตั้ง                 :ความหนาของชิ้นงาน ชนิดของพลาสติก อุณหภูมิของแม่
                                                                    พิมพ์พลาสติก และอุณหภูมิของพลาสติกเหลว
                  5. เวลาหลอมและป้อนพลาสติก         :ปริมาณพลาสติกที่ใช้ ขนาดกระบอกฉีด ความเร็วรอบเกลียว
                                                                     หนอน และความดันต้านการถอยหลังกลับของเกลียวหนอน                                                 
                  6. เวลาหล่อเย็นรวม                        :เวลาฉีด เวลาย้ำรักษาความดัน และเวลาหล่อเย็นที่ปรับตั้ง
                  7. เวลาฉีดทั้งหมด                          :เวลาฉีด+เวลาย้ำรักษาความดัน
                  8. เวลาของการเปิดปิดแม่พิมพ์           :ระยะทางที่แม่พิมพ์เคลื่อนที่ และความเร็วของชุดปิด-เปิดแม่พิมพ์
                  9. เวลาในการปลดชิ้นงาน                 :ระยะทางที่เข็มกระทุ้งเคลื่อนที่ ความเร็วในการเครื่อนที่
                                                                     และ จำนวนครั้งในการปลดชิ้นงาน
                 10. เวลาทำงานทั้งวงจร                     :สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
หมายเหตุ: *ปรับได้โดยตรงกับเครื่องฉีดพลาสติก
               *ปรับได้ทางอ้อม

3.4 ปริมาณพลาสติกเหลวสำหรับการฉีด

     ปริมาณพลาสติกเหลวที่อยู่หน้าปลายเกลียวหนอนซึ่งเราเตรียมเอาไว้สำหรับการฉีดในแต่ละครั้งนั้้น ได้มาจากปริมาณพลาสติกของตัวชิ้นงานบวกกับทางน้ำพลาสติกวิ่ง (runner)(เช่นงานขนาดเล็กอย่าง ถังปูน ก็ใช้พลาสติกเหลวจำนวนไม่มาก ส่วนชิ้นงานขนาดใหญ่ เช่น อ่างเปลผสมปูน ก็จะใช้พลาสติกเหลวค่อนข้างมาก) ปริมาณของพลาสติกเหลวที่อยู่หน้าปลายเกลียวหนอนเราจะคิดเป็นปริมาตร (cm3) โดยคิดจากพื้นที่หน้าตัดของรูคว้านของกระบอกฉีด (π.D2/4) คูณด้วยความยาวของช่องว่างหน้าปลายเกลียวหนอน (L) ถ้าเกลียวหนอนถอยหลังกลับไปมาเท่าไร ความยาวของช่องว่างนี้ก็มากขึ้นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ระยะความยาวของช่องว่างนี้จะเป็นตัวกำหนดปริมาณของพลาสติกเหลว ซึ่งปริมาตรของพลาสติกเหลวที่เราคำนวนได้ก็จะนำเอาไปใช้ในการฉีดและย้ำ แต่ในการทำการฉีดจริงๆเราควรเผื่อเนื้อพลาสติกเหลวเอาไว้ตรงปลายของกระบอกฉีดด้วย เพื่อเป็นตัวกันการกระแทกระหว่างปลายเกลียวหนอนกับผนังด้านในของปลายกระบอกฉีด ระยะนี้เรียกว่า ระยะกันกระแทก (cushion) โดยเมื่อทำการฉีดและย้ำแล้ว ปลายเกลียวหนอนจะไม่สัมผัสกับผนังด้านในของปลายกระบอกฉีด เพราะจะมีเนื้อพลาสติกเหลวกั้นอยู่เป็นระยะ 2ถึง6 MM นอกจากนี้เราอาจเผื่อระยะซักแบ็กเอาไว้ด้วยก็ได้ ดังรูปที่ 2.8 ระยะซักแบ็กนี้เป็ฯระยะที่เกลียวหนอนเคลื่อนที่ถอยหลังกลับตามแนวแกนหลังจากหยุดหมุนเพื่อส่งพลาสติกเหลวไปหน้าปลายเกลียวหนอนแล้ว ระยะนี้จะทำหน้าที่ช่วยไม่ให้พลาสติกเหลวไหลออกจากหัวฉีดในกรณีที่ใช้หัวฉีดแบบเปิด                                                                    

3.5 การเลือกขนาดเกลียวหนอน

     เมื่อเราคำนวนปริมาตรของพลาสติกเหลวทั้งหมดที่ต้องใช้ในการฉีดชิ้นงานพลาสติกแต่ละครั้ง (ชิ้นงานพลาสติก+ทางน้ำพลาสติกวิ่ง) ได้แล้ว เราก็สามารถทำการทดลองเลือกขนาดเกลียวหนอนและกระบอกฉีดที่จะใช้ โดยเมื่อทดลองเลือกได้แล้ว ปริมาตรของพลาสติกเหลวทั้งหมดที่อยู่หน้าปลายเกลียวหนอนจะต้องมีระยะความยาวในกระบอกฉีดเมื่อรวมกับระยะกันกระแทกแล้วจะต้องไม่มากหรือน้อยเกินไป ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตัววัสดุพลาสติกได้เนื่องจากความร้อน ดังน้้นระยะความยาวดังกล่าวมีการแนะนำให้ใช้ได้ดังรูปที่ 2.9                                               
ปริมาตรของพลาสติกเหลวทั้งหมดที่อยู่ปลายเกลียวหนอน
     จากรูปที่ 3.9 ระยะ L อยู่ช่วง 1D-3D เป็นระยะที่เหมาะสมที่สุด
                      ระยะ L อยู่ช่วง 3D-5D เป็นระยะที่ยอมให้ใช้ได้ในบางกรณี
                      ระยะ L อยู่ช่วง <1D และ >5D เป็นระยะที่น้อยและมากเกินไปไม่ควรใช้
     การเลือกขนาดเกลียวหนอนและระยะกระบอกฉีดนั้น เราสามารถใช้วิธีการทดลองเลือกแล้วทำการรวจสอบดูว่าระยะความยาวของพลาสติกเหลวในการบอกฉีดนั้นอยู่ในระยะ 1D-3D หรือไม่ ถ้าได้ระยะที่น้อยกว่าก็ต้องลดขนาดของเกลียวหนอนลง แต่ถ้าได้ระยะที่มากเกินไปก็ต้องเพิ่มขนาดของเกลียวหนอนขึ้น วิธีนี้อาจจะต้องเสียเวลามากและค่าใช้จ่ายในโรงงานพลาสติก เราอาจใช้วิธีการคำนวนเข้ามาช่วยก็ได้ โดยใช้สูตรดังนี้
   
       π/4.D2.L
=  ปริมาณของพลาสติกเหลว (ชิ้นงาน + ทางน้ำพลาสติกวิ่ง) (cm2)
โดยที่ D = ขนาดความโตของเกลียวหนอน (cm)
         L = ระยะความยาวช่องว่างหน้าปลายเกลียวหนอน (cm) อยู่ในช่วง 1D-3D แนะนำให้ใช้ค่าเฉลี่ย (2)

ตัวอย่างที่ 3.1 ชิ้นงานฉีดพลาสติก ตะกร้าผลไม้ เม็ด HD เมื่อนำไปชั่งน้ำหนักพร้อมกับทางน้ำพลาสติกวิ่งได้ 200g อยากทราบว่าในการฉีดตะกร้าผลไม้พลาสติก HD นี้ ทางโรงงานพลาสติกควรเลือกใช้เกลียวหนอนขนาดเท่าไรเมื่อใช้ระยะกันกระแทก 3mm (HD มีค่าความหนาแน่น 1.10 g/cm3)


                                          
รูปที่ 3.9 ระยะความยาวของพลาสติกเหลวหน้าปลายเกลียวหนอนที่เหมาะสม
                                     
ปริมาตรของพลาสติกเหลวทั้งหมดที่อยู่ปลายเกลียวหนอน
หน้า  1  2 
หน้า  1  2