
กลโกงยอดนิยมของมิจฉาชีพคือการซื้อขายเพจเก่าแล้วเปลี่ยนชื่อเพื่อสวมรอยเป็นร้านค้าที่น่าเชื่อถือ
• วิธีตรวจสอบ : กดไปที่เมนู "เกี่ยวกับ" (About) แล้วดู "ประวัติการเปลี่ยนชื่อ" (Page Name History)
• เพจจริง : มักจะ ไม่มีประวัติการเปลี่ยนชื่อ หรือมีประวัติที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจมานานและชัดเจน
• เพจปลอม : มักจะ มีการเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง ในช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบหรือสร้างความสับสน
• เพจจริงต้องการการพูดถึงเพื่อสร้างการรับรู้ แต่เพจปลอมมักจะปิดกั้นช่องทางนี้เพื่อซ่อนการร้องเรียน
• เพจจริง : จะเปิดให้ผู้ใช้สามารถ "กล่าวถึง" (Tag) เพจได้ในโพสต์หรือคอมเมนต์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการรีวิวหรือสอบถาม
• เพจปลอม : มักจะไม่เปิดให้มีการกล่าวถึง เพื่อปิดกั้นไม่ให้ผู้เสียหายรายอื่นเข้ามาร้องเรียนหรือแจ้งเตือน
• เพจจริง : มักจะไม่มีเครื่องหมาย
"โกรธ"
• เพจปลอม : ช่องกดไลค์ มีเครื่องหมาย
“โกรธ” ดูโพสต์เป็นหลักและควรเลื่อนดูโพสให้มากที่สุด และอย่าดูด้านใต้ชื่อเพียงอย่างเดียว เพราะสามารถซื้อ “ไลค์” ได้ และควรกดเข้าไปดูตรงไลค์เพราะ เพจ facebook จะแสดงแค่ 3 สัญลักษณ์ เพจมิจฉาฉีดก็จะแก้โดยให้ทีมงานมากด สัญลักษณ์ "รักเลย ห่วงใย และอื่น" เพื่อที่จะได้ไม่ให้เพจแสดงเครื่องหมายโกรธ ถ้าเจอเครื่องหมาย
“โกรธ” เพียงแค่อันเดียวก็ให้พึงระวังว่าจะเป็นเพจของมิจฉาชีพและควรตรวจสอบให้ระเอียดก่อนโอน
ระวังคอมเมนต์ที่ผิดธรรมชาติ! เพจปลอมมักใช้บัญชีหน้าม้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเทียม
จุดสังเกตเพจปลอม
• มักจะ ปั๊มคอมเมนต์ หรือ ซ่อนคอมเมนต์จริง ที่เป็นการร้องเรียนจากเหยื่อ
• สังเกตคอมเมนต์จาก "หน้าม้า" เช่น "ได้รับของแล้วครับ/ค่ะ" "น่าสนใจ" หรือบัญชีที่มาทำที ประมูลราคา/สอบถามราคา ในลักษณะที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ
• ระวังเป็นพิเศษ หากคอมเมนต์ต่าง ๆ ดูเหมือนไม่ได้มาจากผู้ใช้จริง หรือไม่มีประวัติการใช้งานจริง
ร้านค้าที่จริงจังมักจะมีช่องทางติดต่อที่ชัดเจนและหลากหลาย หากมีเพียงช่องทางเดียวอาจต้องระวัง!
วิธีแนะนำ : ควรโทรศัพท์ เพื่อติดต่อทางร้านโดยตรงเพื่อยืนยันว่ามีตัวตนหรือหน้าร้านอยู่จริง
เพจจริง : มักจะมี เบอร์โทรศัพท์ หรือ ช่องทางการติดต่อที่ชัดเจน และน่าเชื่อถือ เช่น Line ID ที่เป็นทางการและเป็นบัญชีรับรองจะเป็นรูปโล่สีเขียวหรือสีน้ำเงิน, เว็บไซต์, หรือที่อยู่หน้าร้าน (ควรจะดูจาก google map หรือ เว็บไซด์ และใช้เบอร์โทรจาก map หรือ เว็บไซด์ เพื่อตรวจสอบ ไม่ควรดูจากในเพจ ซึ่งเพจปลอมอาจเอาที่อยู่ของหน้าร้านจริงไปใส่เพื่อจะหลอกแค่การโอนเงินส่วนคนที่จะยืนยันไปรับที่หน้าร้านก็จะให้ไปตามที่อยู่จริง)
เพจปลอม : มักจะ ไม่มีช่องทางการติดต่อ หรือมีเพียงช่องทางที่ไม่น่าเชื่อถือและไม่สามารถตรวจสอบตัวตนได้
จุดสังเกตเพจปลอม
• ใช้รูปภาพและวีดีโอจากหลายๆ เพจ และนำมารวมโพสในเพจปลอม
• เพจปลอมอาจสร้างมาหลายๆ เพจและชื่อก็จะคล้ายๆ กัน รูปภาพในเพจปลอมแต่ละเพจก็จะคล้ายๆ กัน
จุดสังเกตเพจปลอม
• ของดีและถูกเกินกว่าราคาตลาดมากๆ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าหลอกลวง
• มีลดแลกแจกแถมเยอะและส่งฟรี ให้สงสัยไว้ก่อนว่าหลอกลวง
1. หลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าที่ไม่มีหน้าร้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้ามีมูลค่าสูง ควรซื้อจากร้านค้าที่เป็นทางการเท่านั้นหรือซื้อผ่าน line official ที่เป็นบัญชีรับรอง
2. ระมัดระวังการซื้อสินค้าราคาถูกลดแรกแจกแถม จำไว้ว่า "ของฟรีไม่มีในโลก" ของถูกต้องถูกอย่างมีเหตุผล
3. หากซื้อสินค้าผ่านเพจในเฟซบุ๊ก ต้องระมัดระวังเพจปลอม หรือเพจลอกเลียนแบบ โดยเพจจริงควรจะมีผู้ติดตามสูง (อาจใช้ไม่ได้กับเพจขายของทั่วไปเพราะเพจปลอมมีการโฆษาทำให้มีผู้ติดตามสูง) มีการสร้างขึ้นมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว และมีรายละเอียดการติดต่อร้าน ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ ชัดเจน อย่างน้อยสามารถโทรศัพท์ติดต่อไปสอบถามได้
4. ตรวจสอบความโปร่งใสของเพจ ว่ามีการเปลี่ยนชื่อมาก่อนหรือไม่ ผู้จัดการเพจอยู่ในประเทศหรือไม่
5. ตรวจสอบว่ามีสินค้าจริงหรือไม่ โดยขอดูภาพหลายๆ มุม หรือใช้วิดีโอคอล สอบถามรายละเอียดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ผลิตจากที่ใด เงื่อนไขการรับประกัน วิธีการใช้งาน เป็นต้น
6. ตรวจสอบการรีวิวสินค้า ผู้ที่เคยสั่งซื้อได้รับสินค้าหรือไม่ คุณภาพสินค้าเป็นอย่างไร ระวังการรีวิวปลอม ควรตรวจสอบตัวตนผู้รีวิวว่าเป็นอวตารหรือไม่
7. ก่อนโอนชำระเงินค่าสินค้า ให้ตรวจสอบประวัติของร้าน และชื่อหมายเลขบัญชีธนาคารที่รับโอนเงิน ว่ามีประวัติไม่ดีหรือไม่ ผ่านเว็บไซต์ Google, Blacklistseller เป็นต้น
8. เมื่อชำระเงินแล้ว ควรติดตามการจัดส่งจากผู้ซื้อ หรือขอดูหลักฐานการส่งสินค้า เพื่อยืนยันว่าส่งสินค้าให้จริง
9. กรณีการจ่ายเงินปลายทาง ควรเปิดตรวจสอบสินค้าก่อนชำระเงิน ตรวจสอบว่าชำรุด ตรงกับที่สั่งหรือไม่
10. กดรายงานบัญชี หรือเพจในเฟซบุ๊กปลอม เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นหลงเชื่อ และตกเป็นเหยื่อ
รู้วิธีรับมือเมื่อถูกหลอกให้โอนเงินซื้ออ่างผสมปูนและไม่ได้รับสินค้า หลักฐานต้องมีอะไรบ้างที่ต้องมี และต้องทำอย่างไร หากจะเอาผิดคนที่หลอกลวงเราให้ถึงที่สุด
• บันทึกภาพหน้าจอ เว็บไซต์/ร้านค้าออนไลน์ ที่สั่งสินค้า
• บันทึกภาพบทสนทนาระหว่างเรากับผู้ขาย
• เก็บข้อมูล ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และ เลขบัญชีของร้านค้า
• เก็บหลักฐานการจ่ายเงิน
• นำบัตรประชาชนและหลักฐานที่รวบรวมมา แจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจในท้องที่ ระบุว่า “ต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด” ไม่เพียงลงบันทึกประจำวันเท่านั้น (ทำให้เร็วที่สุดหรือภายใน 3 เดือนตั้งแต่วันที่รู้ว่าถูกโกง)
• นำเลขบัญชีของผู้ที่โกง ใบแจ้งความ หลักฐานการโอนเงินยื่นที่ธนาคารปลายทางของบัญชีผู้ที่โกง เพื่อขอคืนเงิน หรืออายัดบัญชี โดยสามารถติดต่อธนาคารเพื่อแจ้งอายัดบัญชีปลายทางได้ ตามพ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานฉ้อโกง
เป็นการกระทำโดยทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยข้อความที่เป็นเท็จ หรือ ปกปิดข้อความจริง ซึ่งควรบอกและแจ้งให้ทราบ
• กระทำต่อบุคคลเดียว – มาตรา 341 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (เป็นความผิดอันยอมความได้)
• กระทำต่อประชาชน – มาตรา 343 จำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ