L.A PLASTIC
แอล.เอ. พลาสติก
L.A Plastic โรงงานพลาสติก

เจาะลึกมาตรฐานพาเลท (Pallet) ฉบับสมบูรณ์: คู่มือเลือกวัสดุ ขนาด และข้อกำหนด มอก. เพื่อยกระดับโลจิสติกส์

"พาเลท" (Pallet) เป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำธุรกิจที่มีการเคลื่อนย้ายสินค้าหรือจัดเก็บในคลังสินค้า หัวใจสำคัญที่ช่วยให้ทุกอย่างราบรื่นอาจไม่ใช่แค่รถขนส่งที่รวดเร็ว แต่คืออุปกรณ์ที่ดูเรียบง่ายอย่างพาเลท

หลายคนอาจมองว่ามันเป็นแค่แท่นรองรับสินค้าธรรมดา แต่ในโลกของโลจิสติกส์และคลังสินค้าที่เป็นมืออาชีพ พาเลทคือตัวแปรสำคัญที่ชี้วัดความสามารถในการทำกำไร เพราะการเลือกพาเลทที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องสินค้าไม่ให้เสียหายระหว่างทาง แต่ยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน เพิ่มความรวดเร็วในการจัดเรียงและจัดเก็บ และที่สำคัญที่สุดคือ "การผ่านด่านมาตรฐานสากล" เพื่อการส่งออกที่ไม่มีสะดุด

อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้งานพาเลทในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ตั้งแต่เรื่องของชนิดวัสดุที่มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไม้ พลาสติก กระดาษ เหล็ก หรือนวัตกรรมใหม่อย่าง Slip Sheet ไปจนถึงข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐาน มอก. ที่เข้มงวด

บทความนี้เราจึงได้รวบรวม "คู่มือมาตรฐานพาเลทฉบับย่อ" เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการเข้าใจถึงความแตกต่างของพาเลทแต่ละชนิด มาตรฐานขนาดที่ใช้กันทั่วโลก และเทคนิคการเลือกใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อยกระดับระบบโลจิสติกส์และคลังสินค้าของคุณให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล

1. พาเลทไม้ (Wood Pallet)

ประเภทของไม้ที่ทำพาเลท

พาเลทที่ทำจากไม้หรือไม้รองรับสินค้าสามารถแบ่งตามประเภทของไม้ที่นำมาใช้งานได้ 2 ประเภท ดังนี้
• ไม้เนื้ออ่อน (Softwoods) มีลักษณะโครงสร้างที่ไม่มีรูพรุนที่ผิวไม้ (non-porouswood) ง่ายต่อการไสตบแต่งให้ได้รูปแบบตามต้องการ และมีน้ำหนักเบา ไม้พวกนี้ส่วนมากชื้นอยู่ในที่สูงมีอากาศเย็น ไม้เนื้ออ่อนที่มักนำมาทำพาเลท ได้แก่ ไม้สน ไม้ฉำฉา หรือไม้จามจุรี
• ไม้เนื้อแข็ง (Hardwoods) มีลักษณะโครงสร้างที่มีรูพรุนที่ผิวไม้ (Porous wood) เนื้อไม้จะหยาบไม่เรียบ มีลักษณะเป็นเสี้ยนและมีน้ำหนักมากคนส่วนใหญ่จะเรียกว่า “ไม้เบญจพรรณ” หรือไม้ที่ได้มาจากป่าเศรษฐกิจ เช่น ไม้แดง ไม้ยางพารา ไม้มะม่วง ไม้สะเดา เป็นต้น

เนื่องจากไม้เป็นวัสดุที่หาได้ง่าย ราคาค่อนข้างถูกและเป็นวัสดุที่นำมาเป็นพาเลทมากที่สุด จึงได้มีการกำหนดขนาดมาตรฐานของไม้รองรับสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากไม้เพื่อส่งออกตาม มอก.588-2528 ไว้เป็นบรรทัดฐานเพื่อให้ลดความแตกต่างและใช้งานได้กับทุกประเทศ ควรให้ไม้รองรับสินค้ามีขนาดพอเหมาะที่จะบรรจุ เข้าในตู้รองรับสินค้า ซึ่งกำหนดโดย ISO (International Standards Organization) โดยการใช้งานพาเลท ซึ่งต้องใช้เครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายซ่อม (Fork) หรือ "งา" ซึ่งออกแบบมาให้เสียบเข้ากับตัวพาเลทได้
ภาพแสดงทางเข้าของพาเลทไม้ที่ใช้งานกับรถยก
ประเภทพาเลทไม้เข้า 2 ทิศทาง
พาเลทไม้เข้า 2 ทิศทาง
ประเภทพาเลทไม้เข้า 4 ทิศทาง
พาเลทไม้เข้า 4 ทิศทาง

ขนาดมาตรฐานของพาเลทไม้รองรับสินค้า

• ขนาด 800 x 1,200 x 150 มิลลิเมตร หรือ ยูโรพาเลท (Euro Pallet) หรือ "E Pallet" มีใช้กันมากในกลุ่มประเทศยุโรป ขนาดและโครงสร้างทางมิติถูกกำหนดโดยมาตรฐาน DIN
พาเลทไม้ Euro Pallet ขนาด 800 x 1,200 x 150 มม.
• ขนาด 1,100 x 1,100 x 150 มิลลิเมตร หรือ Japan Pallet ประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้กำหนดขนาดนี้ขึ้นมาใช้เป็นประเทศแรก และได้แพร่หลายใน ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เกาหลี จีน เวียดนาม เป็นต้น ไม้รองรับสินค้าขนาดนี้เป็นที่ นิยมใช้มากที่สุดสำหรับการขนส่งสินค้าที่มีภาชนะบรรจุเป็นถัง 200 ลิตร
พาเลทไม้ Japan Pallet ขนาด 1,100 x 1,100 x 150 มม.
• ขนาด 1,000 x 1,200 x 150 มิลลิเมตร หรือ Standard Pallet เป็นขนาดมาตรฐานที่ใช้กันมากที่สุดในประเทศไทยและทั่วโลก
ขนาดพาเลทไม้ Japan Pallet ขนาด 1,000 x 1,200 x 150 มม.

ข้อกำหนดพาเลทไม้ มอก.588-2528

ข้อกำหนดไม้รองรับสินค้า (Standard For Wooden Flat Pallets)
มอก.588-2528 ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระทรวงอุตสาหกรรม ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษ เล่ม 102 ตอนที่ 190 วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2528 ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

ขอบข่าย
มาตรฐานนี้กำหนดแบบและสัญลักษณ์ ขนาดระบุ และมิติ คุณลักษณะที่ต้องการ เครื่องหมายและฉลาก ไม้รองรับสินค้าที่ทำจากไม้เพื่อการใช้งานใน อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค

บทนิยาม
ไม้รองรับสินค้า หมายถึง อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับรองรับสินค้าเพื่อรวบรวม เก็บ ขนถ่าย ขนย้าย วัสดุและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ส่วนต่างๆ ดังนี้
1. แผ่นไม้คร่าว
2. หมอนไม้
3. ช่องสำหรับเครื่องยก
4. รอยบาก
5. แผ่นไม้ปิดทับ
ภาพแสดงส่วนต่างๆ ของพาเลทไม้รองรับสินค้า
ภาพแสดงลักษณะส่วนต่างๆ พาเลทไม้เข้า 2 ทิศทาง
ลักษณะพาเลทไม้เข้า 2 ทิศทาง
ภาพแสดงลักษณะส่วนต่างๆ พาเลทไม้เข้า 4 ทิศทาง
ลักษณะพาเลทไม้เข้า 4 ทิศทาง

ชนิดของพาเลทไม้รองรับสินค้า (Wood Pallet Type)

เนื่องจากพาเลทไม้ได้มีการออกแบบให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานซึ่งต้องอาศัยเครื่องมือในการเคลื่อนย้ายประเภทต่างๆ ดังนั้นจึงต้องออกแบบพาเลทไม้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน
พาเลทไม้ชนิด 2-WAY SINGLE-FACED PALLET
1) 2-WAY SINGLE-FACED PALLET
- มีแผ่นไม้ปิดทับเฉพาะด้านบนด้านเดียว
- มีทิศทางใช้งานด้วยอุปกรณ์ยกย้าย 2 ด้านคือด้านตรงข้าม
พาเลทไม้ชนิด 2-WAY DOUBLE-FACED PALLET
2) 2-WAY DOUBLE-FACED PALLET
- มีแผ่นไม้ปิดทับด้านบนและด้านล่างแต่ใช้งานด้านเดียว
- มีทิศทางใช้งานด้วยอุปกรณ์ยกย้าย 2 ด้านคือด้านตรงข้าม
พาเลทไม้ชนิด 2-WAY REVERSIBLE FLUSH PALLET
3) 2-WAY REVERSIBLE FLUSH PALLET
- มีแผ่นไม้ปิดทับด้านบนและด้านล่างแต่ใช้งานได้สองด้าน
- มีทิศทางใช้งานด้วยอุปกรณ์ยกย้าย 2 ด้านคือด้านตรงข้าม
พาเลทไม้ชนิด 4-WAY SINGLE-FACED PALLET
4) 4-WAY SINGLE-FACED PALLET
- มีแผ่นไม้ปิดทับเฉพาะด้านบนด้านเดียว
- มีทิศทางใช้งานด้วยอุปกรณ์ยกย้าย 4 ด้าน
พาเลทไม้ชนิด 4-WAY DOUBLE-FACED PALLET
5) 4-WAY DOUBLE-FACED PALLET
- มีแผ่นไม้ปิดทับด้านบนและด้านล่างแต่ใช้งานได้ด้านเดียว
- มีทิศทางใช้งานด้วยอุปกรณ์ยกย้าย 4 ด้าน
พาเลทไม้ชนิด 4-WAY REVERSIBLE FLUSH PALLET
6) 4-WAY REVERSIBLE FLUSH PALLET
- มีแผ่นไม้ปิดทับด้านบนและด้านล่างแต่ใช้งานสองด้าน
- มีทิศทางใช้งานด้วยอุปกรณ์ยกย้าย 4 ด้าน
พาเลทไม้ชนิด 2-WAY SINGLE-WING PALLET
7) 2-WAY SINGLE-WING PALLET
- มีปีกเฉพาะแผ่นไม้ปิดด้านบน
- มีทิศทางใช้งานอุปกรณ์ยกย้าย 2 ด้านคือด้านตรงข้าม
พาเลทไม้ชนิด 2-WAY DOUBLE-WING PALLET
8) 2-WAY DOUBLE-WING PALLET
- มีแผ่นไม้ปิดทับด้านบนและด้านล่างแต่ใช้งานด้านเดียว
- มีทิศทางใช้งานด้วยอุปกรณ์ยกย้าย 2 ด้านคือด้านตรงข้าม
พาเลทไม้ชนิด 2-WAY REVERSIBLE WING PALLET
9) 2-WAY REVERSIBLE WING PALLET
- มีแผ่นไม้ปิดทับด้านบนและด้านล่างแต่ใช้งานสองด้าน
- มีทิศทางใช้งานด้วยอุปกรณ์ยกย้าย 2 ด้านคือด้านตรงข้าม
ขนาดระบุและมิติของไม้รองรับสินค้า
นอกจากขนาดของความยาวและกว้างจะมีความสำคัญต่อไม้รองรับสินค้าแล้วช่องสำหรับให้เครื่องยกสอดแขนเข้าไปก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง ถ้าช่องเล็กไปแขนเครื่องยกจะสอดเข้าไม่ได้ แต่ถ้าหากใหญ่ไปแล้วจะยากต่อการยกลอยขึ้นจากพื้น ทำให้พื้นที่เก็บในคลังสินค้าลดลงอีกด้วย โดยพาเลทต้องออกแบบช่องสำหรับเครื่องยก ช่องเปิดรอยบากและปึก สำหรับไม้รองรับสินค้าขนาด 1,000 x 1.200 มิลลิเมตร ประกอบด้วย
- ช่องสำหรับเครื่องยกต้องสูงไม่น้อยกว่า 100 +/- 3 มิลลิเมตร
- ช่องเปิด ต้องกว้างไม่น้อยกว่า 180 มิลลิเมตร
- รอยบาก ต้องทำมุม 45 องศา และไม้ที่มีส่วนรอยบาก ต้องหนาไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร
- ปีกต้องยาวไม่เกิน 50 มิลลิเมตร

มาตรฐานของไม้ซึ่งใช้ในการทำพาเลท

พาเลทไม้รองรับสินค้าต้องมีพื้นผิวใช้งานเรียบ ประกอบขึ้นด้วยความเรียบร้อยแข็งแรงตามแบบที่กำหนด ไม้ที่นำมาใช้ต้องมีความยาวตามเสี้ยน ปราศจากตำหนิต่างๆ ได้แก่ การโก่ง การบิดงอ การบิดเบี้ยว เป็นต้น การทดสอบสามารถทำโดยการตรวจพินิจ โดยต้องมีมาตรฐานเบื้องต้น ดังนี้
1. ความชื้น ต้องไม่เกินร้อยละ 30 โดยน้ำหนัก
2. การรับน้ำหนัก ต้องรับน้ำหนักได้ตามที่กำหนดไว้ คือ 1,500 กิโลกรัม บนชั้นวางสินค้า Drive-in Racking
3. การรับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย เพื่อให้ไม้รองรับสินค้าสามารถ รับน้ำหนักสินค้าได้อย่างปลอดภัย ควรพิจารณาส่วนประกอบต่างๆ ของไม้รองรับสินค้า ดังนี
• แผ่นไม้ปิดทับด้านบนซึ่งเป็นส่วนที่วางสินค้า ควรพิจารณาตามรูปแบบและชนิดของสินค้าให้มีความสัมพันธ์กับความกว้างและระยะห่างของแผ่นไม้ ข้อควรพิจารณาในการเลือกใช้แผ่นไม้ ได้แก่ ความหนา คุณภาพ และชนิดของแผ่นไม้ ซึ่งจะให้ความแข็งแกร่งที่แตกต่างกัน
• แผ่นไม้ปิดด้านล่างต้องใช้ไม้มีความแข็งแรง เนื่องจากมีจำนวนน้อยกว่าแผ่นไม้ปิดทับด้านบน ปกติจะใช้ไม้ที่มีความหนา 28 mm.
• แผ่นไม้คร่าวต้องมีคุณสมบัติในการยึดตะปูได้ดี เนื่องจากจะต้องวางแผ่นไม้ปิดทับบนไม้คร่าวนี้แล้วยึดด้วยตะปู
• ความแข็งแรงของแผ่นไม้มีความสัมพันธ์กับพื้นที่หน้าตัด การเพิ่มความหนาของไม้จะรับน้ำหนักได้ดีกว่าเพิ่มความกว้างของไม้
• ไม้หมอนควรมีความหนาแน่นสูงและยึดตะปูได้ดี
• วัสดุที่ใช้ยึดส่วนมากใช้ตะปูที่ติดวงแหวน เกลียวบิด และเกลียวเส้น จะมีความแข็งแรงเพียงพอและควรให้ปลายตะปูลึกลงไปในแผ่นไม้ชิ้นล่างไม่น้อยกว่า 30 mm. อาจใช้ตะปูผิวเรียบตอกระหว่างแผ่นไม้ปิดทับและไม้คร่าวให้โผล่ออกไป 5 mm. แล้วหักทับ
4. ความต้านแรงกระทำต่างๆ ต้องมีความด้านแรงกระทำต่างๆ ที่น้ำหนัก 1,500 กิโลกรัม ตามที่กำหนดไว้ ดังนี้
รายการที่
คุณลักษณะ
เกณฑ์ที่กำหนด
วิธีทดสอบตาม
1
ความต้านแรงดัดโค้ง
อัตราการโก่งตัวร้อยละไม่เกิน
2.5
JIS Z 0602
1
ความต้านแรงกด
อัตราโก่งตัวตกค้าง (residual deflection)
0.55
JIS Z 0602
1
ความต้านการตกกระแทก
อัตราการเปลี่ยนแปลงของความยาวเส้นทแยงมุมร้อยละไม่เกิน
1.5 ±
JIS Z 0602
5. เครื่องหมายและฉลาก ไม้รองรับสินค้าทุกชิ้นอย่างน้อยต้องมีเลข อักษร หรือเครื่องหมายแจ้งรายละเอียดต่อไปนี้ให้เห็นได้ง่าย ชัดเจน และลบเลือนได้ยาก
- เดือนและปีที่ผลิต
- ชื่อผู้ผลิตหรือโรงงานที่ผลิต หรือเครื่องหมายการค้า
ในกรณีที่ใช้ภาษาต่างประเทศ ต้องมีความหมายตรงกับภาษาไทยที่กำหนดไว้ข้างต้น

การอัดน้ำยาป้องกันปลวก มอด และแมลงทำลายเนื้อไม้

ในกรณีที่ใช้วัตถุดิบจากยางพารา หรือไม้เนื้ออ่อน จำเป็นต้องผ่านกรรมวิธีอัดน้ำยาไม้ด้วยระบบสุญญากาศ ร่วมกับแรงดัน (Vacuum/pressure impregnation) ตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้
• นำไม้มาเรียงในคอกกั้น (Timber Carrying Bogies) แล้วบรรจุไม้เข้าถังอัดและล็อคฝาถังให้แน่น
• สูบอากาศออก เพื่อทำสุญญากาศระยะแรก (Initial Vacuum Period) ด้วย
• ปล่อยน้ำยาเข้าถังให้เต็ม (Flooding Cylinder Period)
• อัดน้ำยาเข้าถังด้วย Pressure Pump ภายใต้แรงดัน 200 ปอนด์ / ตารางนิ้ว (Pressure Period 200 psi)
• ปล่อยน้ำยาออกสู่ถังเก็บน้ำยา (Emptying Cylinder)
• การทำสุญญากาศครั้งสุดท้าย (Final Vacuum Period)
• เปิดฝาถังเพื่อนำไม้ไปใช้งานต่อไป
หมายเหตุ : น้ำยาเคมีที่ใช้เป็นชนิดละลายน้ำ Copper-Chrome Arsenate (CCA)
มาตรฐานการประกอบไม้รองรับสินค้า
1. ตะปูที่ใช้ควรมีความยาว 3.5 เท่า ของความหนาแผ่นไม้ปิดทับ ด้านพื้นผิวใช้งานและมีความยาวไม่น้อยกว่า 65 มิลลิเมตร โดยทั่วไปตำแหน่งที่ ตอกตะปูเป็นไปตามรูป
ภาพแสดงตำแหน่งที่ตอกตะปูในการประกอบพาเลทไม้รองรับสินค้า
แสดงลักษณะตำแหน่งตอกตะปูพาเลทไม้ 2 ทิศทาง
สำหรับพาเลทไม้รองรับสินค้าแบบ 2 ทาง
แสดงลักษณะตำแหน่งตอกตะปูพาเลทไม้ 4 ทิศทาง
สำหรับพาเลทไม้รองรับสินค้าแบบ 4 ทาง
2. การตอกตะปูไม่ต้องประกบกันแนบสนิท ต้องตอกหัวตะปูให้จมลง ไปในเนื้อไม้โดยเฉพาะด้านพื้นผิวใช้งานประมาณ 1 มิลลิเมตร ระยะห่างระหว่างตะปู กับขอนแผ่นไม้ปิดทับด้านพื้นผิวใช้งานประมาณ 5 เท่า ของเส้นผ่านศูนย์กลางตะปู และ ระยะระหว่างตะปูแต่ละตัวประมาณ 10 เท่า ของเส้นผ่านศูนย์กลางตะปูที่ใช้ในการทำ ไม้รองรับสินค้าแบบ 4 ทาง การประกอบแผ่นไม้ปิดทับด้านพื้นผิวใช้งานกับแผ่นไม้คร่าว เข้าด้วยกันให้พับส่วนของตะปูที่โผล่พ้นผิวจากทางด้านล่างของแผ่นไม้ปิดทับด้านพื้นผิวใช้งาน
เนื่องจากไม้ที่ใช้ในการทำพาเลทในปัจจุบันค่อนข้างหายากและราคาแพง รวมทั้งแนวคิดเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติในหลายประเทศ มีข้อกีดกันเกี่ยวกับ พาเลทไม้ อันเป็นผลจากมาตรฐานป้องกันแมลงและของแปลกปลอม ทำให้ปัจจุบัน กระแสการตอบรับการใช้แท่นรองรับสินค้าซึ่งทำจากวัสดุอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่ไม้กำลังได้รับ ความนิยม จำเป็นที่จะต้องเข้าใจถึงประเภทต่างๆ ของวัสดุที่ใช้ในการทำแท่นรองรับสินค้า

2 พาเลทพลาสติก (Plastic Pallet)

พาเลทพลาสติก เป็นพาเลทที่ถูกออกแบบและผลิตมาเพื่อใช้สำหรับงาน ที่มีความพิเศษเฉพาะทางที่ต้องการควบคุมเรื่องความสะอาด เรื่องการใช้งานแบบหมุนเวียน และความทนทานต่อกรดและด่าง

วัสดุเม็ดพลาสติกที่นำมาผลิตพาเลทพลาสติก

• พลาสติก HDPE (High Density Polyethylene) ส่วนใหญ่นำมาผลิตสำหรับใช้เป็นพาเลทหมุนเวียน มีความแข็งแรง สามารถใช้วางบนชั้นวางสินค้าในคลังสินค้าได้และมีน้ำหนักมาก แต่ละรุ่นมีน้ำหนักพาเลทเฉลี่ยประมาณ 25-40 กิโลกรัมต่อหนึ่งตัว รับน้ำหนักสินค้าขณะขนย้ายได้ตั้งแต่ 1,500-2,000 กิโลกรัม
ภาพแสดงพาเลทผลิตจากพลาสติก HDPE
ภาพแสดงพาเลทผลิตจากพลาสติก HDPE
• พลาสติก PP (Polypropylene) มักจะนำมาทำเป็นแท่นรองรับสินค้าที่ใช้เพื่อส่งออกหรือใช้งานครั้งเดียว มีโครงสร้างที่โปร่ง น้ำหนักเบา น้ำหนักแท่นรองรับสินค้าเฉลี่ยไม่เกิน 25 กิโลกรัมต่อหนึ่งตัว รับน้ำหนักสินค้าขณะขนย้ายได้ ตั้งแต่ 1,000-1,500 กิโลกรัม
ภาพแสดงพาเลทผลิตจากพลาสติก PP
ภาพแสดงพาเลทผลิตจากพลาสติก PP

คุณสมบัติของพาเลทพลาสติก

• ถูกสุขอนามัย ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่เก็บความสกปรก สามารถใช้งานขณะฝนตกได้โดยไม่ซึมซับน้ำ สอดรับกับมาตรฐาน GMP และ HACCP
• ไม่มีปัญหาเรื่องปลวก มอด แมลง
• ปลอดสนิม เสี้ยน ตะปู
• ทนต่อสารเคมี กรด ด่าง และแสงอัลตราไวโอเลต
• ทนต่ออุณหภูมิที่ร้อนจัดและเย็นจัดได้ ตั้งแต่ 30 องศาเซลเซียส ถึง 110 องศาเซลเซียส
• มีมาตรฐานที่อ้างอิงได้ตามมาตรฐาน DIN ของยุโรป และ JIS ของญี่ปุ่น
• มีปุ่มยางกันสินค้าลื่นไถลขณะขนย้ายหรือยกสินค้า และ มีปุ่มยางในช่องเสียบงาเพื่อกันแท่นรองรับสินค้าลื่น
สามารถนำกลับมาแปรใช้ใหม่ (Recycle)
• เหมาะสำหรับใช้เป็นแท่นรองรับสินค้าส่งออก ตามข้อกำหนด ISPM 15
• มีความแข็งแรงทนทานและมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าพาเลททั่วไป

ขนาดทั่วไปของพาเลทพลาสติก

เนื่องจากพาเลทพลาสติกผลิตจากเทคโนโลยีการขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์ ที่ออกแบบให้มีชิ้นเดียวไร้รอยต่อ จึงทำให้พาเลททุกตัวในรุ่นเดียวกันมีขนาดเท่ากันตามแม่พิมพ์โดยทั่วไปพาเลทพลาสติกจะมีความสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 150-180 มิลลิเมตร มีขนาดที่ใช้งาน อยู่ทั่วไป ตามความกว้างและยาว คือ
• 1,000 x 1,000 มิลลิเมตร
• 1,100 x 1,100 มิลลิเมตร
• 1,000 x 1,200 มิลลิเมตร
• 1,200 x 1,200 มิลลิเมตร

มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.)ผลิตภัณฑ์พาเลทพลาสติกรองรับสินค้า

เรียนรู้เพิ่มเติม

3 พาเลทกระดาษ (Paper Pallet)

การใช้พาเลทมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในระบบการขนถ่ายหน่วยใหญ่ พาเลทที่ใช้กันโดยทั่วไปจะทำจากไม้เพื่อความแข็งแรง แต่เนื่องจากพาเลทไม้มีน้ำหนักมากทำให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งมีราคาค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต้องขนส่งทางอากาศ เนื่องจากต้องจ่ายค่าน้ำหนักของพาเลทรวมไปด้วย และในปัจจุบันทุกประเทศทั่วโลกมีข้อกำหนดเรื่องการควบคุมวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้เพื่อการส่งออกและการค้าระหว่างประเทศ หรือ ISPM 15 จึงมีการนำกระดาษมาเป็นวัสดุในการทำพาเลทเพื่อทดแทนข้อจำกัดจากไม้ อีกทั้งยังสามารถออกแบบได้ตามความต้องการ และที่สำคัญไม่ก่อปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากย่อยสลายหรือหมุนเวียนกลับเข้ากระบวนการผลิตใหม่ได้ง่าย พาเลทกระดาษส่วนใหญ่จะใช้ในการขนส่งเพียงครั้งเดียว (one-way)

การใช้พาเลทกระดาษใช้มากกับธุรกิจส่งออก โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าทางอากาศ เพราะเมื่อพิจารณาถึงค่าขนส่งสินค้าแล้วเปรียบเทียบระหว่างการใช้พาเลทกระดาษและไม้รองรับสินค้า น้ำหนักของพาเลทกระดาษหนึ่งตัวจะน้อยกว่าน้ำหนักของไม้รองรับสินค้าประมาณ 15 กิโลกรัม ทำให้ค่าใช้จ่ายการขนส่งทางอากาศที่คิดอัตราตามน้ำหนักรวมเป็นกิโลกรัมถูกกว่าการใช้ไม้รองรับสินค้าหรือพาเลทที่ทำจากวัสดุอื่นๆ

วัตถุดิบในการผลิตพาเลทกระดาษ

ส่วนประกอบหลักของพาเลทกระดาษมีวัสดุหลักอยู่ 2 ประเภท คือกระดาษและกาว
• กระดาษ ที่นำมาทำพาเลท ได้แก่ กระดาษคราฟท์ที่ผลิตจากเยื่อบริสุทธิ์ (Virgin Pulp) และเยื่อกระดาษที่ใช้แล้ว (Recycled Pulp) ความแข็งแรงของกระดาษจะขึ้นอยู่กับชนิดของไม้ที่นำมาทำเยื่อกระดาษ ขึ้นอยู่กับปริมาณส่วนผสมระหว่างเยื่อใหม่และเยื่อเก่า และขึ้นอยู่กับขั้นตอนเทคนิคทางการผลิตเป็นอันดับสุดท้าย
• กาว (Glue) การประกอบพาเลทกระดาษ จำเป็นที่จะต้องใช้กาวเป็นตัวเชื่อมติดระหว่างกระดาษ คุณสมบัติของกาวที่ใช้จะใกล้เคียงกัน ที่ใช้ส่วนมากคือ
ก. กาวลาเท็กซ์ (Latex Glue) ชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติแห้งเร็วต้องไม่เก็บความชื้น และไม่แปรสภาพเมื่อสภาวะความชื้นเปลี่ยนแปลง
ข. กาวร้อน (Hot Melt Glue) เป็นกาวพลาสติกแห้งเร็วทำละลายด้วยความร้อน หรือแอลกอฮอล์ไม่ซึมเข้าเนื้อกระดาษ และไม่แปรสภาพในสภาวะที่ความชื้นเปลี่ยนแปลง

พาเลทกระดาษ รูปแบบและโครงสร้างหลักๆ ในการใช้งานกับสินค้าทั่วไปก็จะไม่แตกต่างจากไม้รองรับสินค้า แต่เนื่องจากกระดาษสามารถนำมาตัด ปะ พับ และติดกาวได้ง่ายกว่า จึงไม่มีข้อกำหนดสำหรับรูปแบบที่ชัดเจน
ภาพแสดงลักษณะรูปแบบพาเลทกระดาษ ตามลักษณะการใช้งาน
แสดงรูปลักษณะพาเลทกระดาษ 2 ทิศทาง
พาเลทกระดาษ 2 ทิศทาง
แสดงรูปลักษณะพาเลทกระดาษ 4 ทิศทาง
พาเลทกระดาษ 4 ทิศทาง

4 พาเลทโลหะ (Steel Pallet)

การนำโลหะมาทำเป็นพาเลท มีการใช้งานในเบื้องต้นด้วยข้อกำหนดจากสภาพการทำงานเป็นหลัก มักจะเป็นพาเลทที่ทำขึ้นเพื่อใช้หมุนเวียนรองรับสินค้าที่อยู่ในระหว่างการผลิตหรือการประกอบ เช่น ชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องยนต์ เครื่องจักร ส่วนโครงสร้างและขนาดจะไม่มีข้อกำหนดที่ชัดเจน ผู้ใช้มักเป็นผู้กำหนดและสั่งทำรูปแบบตามความเหมาะสมในการทำงานมากกว่า

แต่หลังจากที่มีข้อกำหนดภาคสมัครใจเรื่องการใช้ไม้เพื่อการส่งออกหมายเลข 5 (ISPM 15) ขึ้นมา ทำให้ผู้ส่งสินค้าออกหลายรายเลือกที่จะใช้พาเลทที่ทำจากวัสดุอื่นๆ เพื่อทดแทนไม้รองรับสินค้าที่ใช้อยู่

วัสดุโลหะที่นำมาผลิตพาเลท

วัสดุโลหะที่นำมาทำพาเลท แบ่งได้หลักๆ อยู่ 3 กลุ่ม คือ
• พาเลทที่ทำจากเหล็ก (Steel Pallet) หลังจากประกอบเรียบร้อยแล้ว จำเป็นต้องชุบสังกะสี (Galvanisation) หรือพ่นสีเคลือบทุกครั้ง เพื่อความสวยงาม ป้องกันการเกิดสนิม เป็นผลทำให้พาเลทมีอายุการใช้งานนานขึ้นไม่ทำให้สินค้าเสียหาย หรือเป็นอันตราย พาเลทชนิดนี้มีใช้มากที่สุดเนื่องจากมีน้ำหนักเบาและราคาถูก
• พาเลทที่ทำจากอะลูมิเนียม (Aluminum pallet) ข้อดีของพาเลทที่ทำจากอะลูมิเนียมก็คือ น้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม แต่ความแข็งแรงจะน้อยที่สุด การประกอบสามารถนำอะลูมิเนียมแบบเส้นมาตัด แล้วพับให้ได้ตามขนาดที่ต้องการและเชื่อมติดกันโดยใช้การเชื่อมหรือหมุดย้ำ (Rivet)
• พาเลทที่ทำจากสเตนเลส (Stainless steel pallets) เป็นพาเลทพิเศษที่ใช้งานหมุนเวียนเฉพาะในแผนกเท่านั้น เนื่องจากคุณสมบัติของสเตนเลสที่มีความเรียบลื่น มันเงาล้างทำความสะอาดได้ง่าย ทำให้ไม่สะสมคราบสกปรกและความชื้น สามารถใช้ในที่ที่มีอุณหภูมิถึง 100 องศาเซลเซียส ส่วนมากมักใช้สเตนเลสเบอร์ 304 มาทำพาเลท

การเชื่อมติดวัสดุประเภทโลหะ แบ่งได้ดังนี้
• การเชื่อมด้วยแก๊ส
• การเชื่อมด้วยไฟฟ้า วิธีนี้จะทำให้ชิ้นงานมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น
• การเชื่อมอาร์กอน รอยเชื่อมจะเรียบเสมอกัน
• การยิงด้วยหมุดย้ำ (Rivet) เหมาะสำหรับวัสดุอะลูมิเนียมเท่านั้น
ภาพแสดงโครงสร้างพาเลทจากวัสดุโลหะที่มีใช้งานอยู่ทั่วไปพาเลทส่วนใหญ่จะมีช่องการเข้าอุปกรณ์ยกทั้ง 4 ด้าน
ลักษณะพาเลทเหล็กผลิตจาก เหล็ก, อลูมิเนียม, สเตนเลส

5 พาเลทแผ่น (Slip Sheet)

แผ่นรองรับสินค้า หรือ Slip Sheet หมายถึง วัสดุแผ่นเรียบผลิตจากกระดาษแข็งหรือพลาสติก ใช้สำหรับรองรับสินค้าเพื่อการจัดเก็บและขนส่ง ที่สามารถนำมาใช้งานแทนพาเลทได้ เนื่องจาก Slip Sheet มีน้ำหนักเบา ราคาไม่แพง อีกทั้งยังประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บอีกด้วย

วัสดุผลิตพาเลทแบบแผ่น (Sliip Sheet)

พาเลทแบบแผ่น (Slip Sheet) ผลิตจากวัสดุหลักๆ 2 ประเภท ได้แก่
• Paper Slip Sheet แผ่นกระดาษแข็ง ที่มีคุณภาพส่วนใหญ่จะทำจากกระดาษคราฟท์ใหม่ ที่มีเส้นใยยาว (Long Fiber Virgin Grade) โดยนำกระดาษอย่างน้อย 2 แผ่นขึ้นไปมาติดด้วยกาวชนิดพิเศษจนกลายเป็นแผ่นเดียวกัน (Laminate) โดยทั่วไปจะใช้สำหรับการขนส่งสินค้าครั้งเดียว
• Plastic Slip Sheet แผ่นพลาสติก ทำจากพลาสติก HDPE หรือ PE เหมาะกับสินค้าที่มีความเปียกชิ้น และช่วยป้องกันเรื่องแบคทีเรีย ถ้าต้องการใช้สำหรับหมุนเวียน หรือใช้ซ้ำหลายๆ ครั้ง สามารถเพิ่มความหนาได้ถึง 1.5 มิลลิเมตร

คุณลักษณะพาเลทแบบแผ่น (Slip Sheet)

• ลักษณะทั่วไป Slip Sheet ต้องมีผิวใช้งานเรียบ และไม่มีรอยฉีก ชาดหรือตำหนิใดๆ อันจะเป็นผลเสียต่อการใช้งาน มีความสะอาดและคงรูปตามแบบ ที่กำหนด ผิวด้านบนสำหรับวางสินค้าควรมีความหยาบ ส่วนด้านล่างควรเรียบลื่นเพื่อให้สามารถจับดึงเวลาขนย้ายสินค้าได้สะดวก
• ลิ้นจับ หรือ ปีก ต้องมีลิ้นจับอย่างน้อย 1 ด้านขึ้นไป ตามแบบใด แบบหนึ่ง แต่เพื่อให้สะดวกและคล่องตัวในการทำงานควรมี 2 ด้านขึ้นไป
พาเลทแบบแผ่นกระดาษ จำแนกลักษณะของลิ้นจับ ได้เป็น 5 ประเภทหลักๆ ดังนี้
ลักษณะพาเลทแผ่น (Slip Sheet) แบบลิ้นจับด้านเดียว
พาเลทแผ่น แบบลิ้นจับด้านเดียว
ลักษณะพาเลทแผ่น (Slip Sheet) แบบลิ้นจับสองด้านตรงกันข้าม
พาเลทแผ่น แบบลิ้นจับสองด้านตรงกันข้าม
ลักษณะพาเลทแผ่น (Slip Sheet) แบบลิ้นจับสองด้านชนกัน
พาเลทแผ่น แบบลิ้นจับสองด้านชนกัน
ลักษณะพาเลทแผ่น (Slip Sheet) แบบลิ้นจับสามด้าน
พาเลทแผ่น แบบลิ้นจับสามด้าน
ลักษณะ (Slip Sheet) พาเลทแผ่น แบบลิ้นจับสี่ด้าน
พาเลทแผ่น แบบลิ้นจับสี่ด้าน
พาเลทแผ่น Slip Sheet แบบมุมตัด
แบบมุมตัด 90 องศา
พาเลทแผ่น Slip Sheet แบบมุมทะแยง
แบบมุมตัดทแยง
พาเลทแผ่น Slip Sheet แบบมุมมน
แบบมุมตัดมน
พาเลทแผ่น Slip Sheet แบบรูปลิ่ม
แบบมุมตัดรูปลิ่ม

มาตรฐานผลิตภัณฑ์พาเลทแบบแผ่น (Slip Sheet) ตาม มอก.925-2533

สำหรับในประเทศไทยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้กำหนด มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแผ่นรองรับสินค้า (Slip Sheet) มาตรฐานเลขที่ มอก.925-2533 ไว้ มีรายละเอียดดังนี้
• พื้นที่รองรับสินค้า (Working Area) ขนาดฐานความยาวและ ความกว้างของแผ่นรองรับสินค้า (ไม่รวมลิ้นจับ) ควรเท่ากับขนาดของสินค้าที่รวม หน่วยใหญ่แล้ว ส่วนใหญ่จะมีขนาดความกว้างและยาว เท่ากับขนาดมาตรฐานของ
พาเลท ทั้ง 3 ขนาดคือ
- ขนาด 800 x 1,200 มิลลิเมตร (Euro Size)
- ขนาด 1,100 x 1,100 มิลลิเมตร (Japan Size)
- ขนาด 1,000 x 1.200 มิลลิเมตร (International Size)
โดยมีเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนแต่ละด้านได้ไม่เกิน +/- 5 มิลลิเมตรขนาด 800 x 1,200 มิลลิเมตร
• ลิ้นจับ (Tabs) คือ ส่วนของแผ่นรองรับสินค้า (Slip Sheet)
ที่ยื่นออกมาจากพื้นที่รองรับสินค้าด้านข้าง ที่ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านก็ได้ มีไว้เพื่อใช้ในการเคลื่อนย้ายด้วยเครื่องมือของรถยก (Forklift Truck) ที่เรียกว่า Push-Pull ความกว้างของลิ้นจับแต่ละด้านถูกกำหนดให้ไม่น้อยกว่า 75 มิลลิเมตร และไม่เกิน 100 มิลลิเมตร
• ความหนา (Thickness) ของแผ่นรองรับสินค้า (Slip Sheet)
ต้องไม่น้อยกว่า 0.6 มิลลิเมตร เพื่อให้สามารถรองรับการทำงานและรับน้ำหนักสินค้า ได้อย่างน้อย 1,000 กิโลกรัมขึ้นไป
• รอยพับ (Score Line) หมายถึง รอยกดหรือรอยพับของแผ่น รองรับสินค้า (Slip Sheet) มีไว้เพื่อเป็นเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่วางสินค้าและพื้นที่ของ ลิ้นจับ ทำให้เกิดความสะดวกในการจัดเรียงสินค้าและง่ายต่อการพับ
• ความด้านแรงดึง (Tensile) ต้องมีความด้านแรงดึงไม่น้อยกว่า ที่ทางสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้กำหนดไว้
ความต้านแรงตึง (มอก.925-2533)
น้ำหนักที่รองรับได้สูงสุด (กก.)
ความต้านแรงตึง นิวตัน : มม.
500
7.4
1,000
14.7
1,500
22.0
2,000
29.4

ลักษณะการทำงานของแผ่นรองรับสินค้า (Slip Sheet)

เนื่องจากแผ่นกระดาษรองรับสินค้าประเภท Slip Sheet จะไม่มีช่องสำหรับ “เสียบงา”ในการเคลื่อนย้ายขณะที่มีสินค้าจึงต้องใช้เครื่องมือเป็นรถยกพิเศษที่มีลักษณะเป็นแผ่นเหล็ก (แทนงา) โดยมีตัวจับดึงกระดาษในลักษณะที่เรียกว่า "Push-Pull Attachment" ให้แผ่นเหล็กสอดเข้าไปใต้กระดาษ และมีไฮโดรลิกยกขึ้น เพื่อใช้ในการขนย้าย
ภาพแสดงอุปกรณ์เสริมสำหรับรถยกช่วยในการขนถ่าย ใช้คุ่กับ Slip Sheet
เครื่อง Push-Pull Attachment ใช้คู่กับพาเลทแผ่น (Slip Sheet)
เรียนรู้เพิ่มเติม
บริษัท แอล.เอ. พลาสติก จำกัด
(L.A PLastic โรงงานพลาสติก)
129/20 หมู่4 ซ.เพชรเกษม 99 แยก 5
ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน
จ.สมุทรสาคร 74130 ประเทศไทย

TEL: 081-9034147

Email: la2plastic@gmail.com
line qr come ติดต่อโรงงานผลิตพลาสติก
LINE ID: @laplastic
Copyright © 2008 by L.A Plastic. All Rights Reserved. | www.laplastic.biz | Tel: 081-9034147