1.4.2 เครื่องมือที่ใช้ในการทำแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก
ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของแม่พิมพ์ไม่ว่าจะผลิตด้วยเทคนิคหรือกรรมวิธีตัดเฉือนใด ๆ ก็ตาม งานขั้นสุดท้ายในการทำชิ้นส่วนแต่ละชิ้นให้ได้ขนาดสำเร็จและปรับประกอบเข้าด้วยกันจะตกอยู่กับช่างปรับ ซึ่งในงานปรับประกอบและการตกแต่งผิวของแม่พิมพ์ฉีดให้ได้คุณภาพและความละเอียดที่ต้องการนั้นจำเป็นจะต้องอาศัยเครื่องมือต่าง ๆ ช่วยในการทำงาน เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว เครื่องมือต่าง ๆ ที่นิยมใช้ในงานปรับประกอบและการตกแต่งแม่พิมพ์ฉีด มีดังนี้
1.4.2.1 เหล็กแกะสลัก (Gravers)
เหล็กแกะสลักมีให้เลือกทั้งขนาดและรูปทรงต่าง ๆ กันมากมายปลายคมตัดจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับสกัดทั่ว ๆ ไป ในบางครั้งอาจจำเป็นต้องตัดแปลงตะไบเก่าให้เป็นเหล็กแกะสลัก เพื่อให้เหมาะสมกับงานเฉพาะอย่าง เหล็กแกะสลักบางแบบจะมีปลายทำด้วยเพชร โดยทั่วไปเหล็กแกะสลักจะใช้สำหรับ
- แต่งมุมที่แหลมคมหรือเป็นรัศมีเล็ก ๆ
- ปาดผิวพื้นที่เล็ก ๆ ที่เครื่องมือใหญ่ ๆ เข้าไม่ถึง
- แกะสลักขึ้นลวดลาย ตัวอักษรต่าง ๆ
รูปที่ 1.54 เหล็กแกะสลักรูปทรงต่าง ๆ
รูปที่ 1.55 เหล็กแกะสลักพร้อมด้าม
รูปที่ 1.56 ลักษณะการจับเหล็กแกะสลัก
1.4.2.2 ตะไบพิเศษ
ในงานตกแต่งและปรับผิวแม่พิมพ์ที่มีความละเอียด ตะไบใหญ่ ๆ ที่ใช้งานทั่วไปอาจทำได้ไม่สะดวก การเลือกใช้ตะไบพิเศษที่มีขนาดเล็กและมีรูปร่างที่สะดวกต่อการใช้จะทำให้สามารถตกแต่งและปรับผิวชิ้นส่วนของแม่พิมพ์ได้ดีกว่า
ตะไบเข็ม (Needle files)
เป็นตะไบเล็ก ๆที่ด้ามจะขึ้นเป็นลายกันลื่นไว้โดยทั่วไปจะมีขนาดยาว 4 นิ้ว และ 7 นิ้ว ตะไบชนิดนี้จะมีคมตัดที่ละเอียดกว่าตะไบมาตรฐานทั่วไปและมีรูปร่างต่าง ๆ กันให้เลือกใช้มากมายเหมาะสำหรับงานตะไบผิวสำเร็จและต้องการความละเอียดมาก ดังแสดงในรูปที่ 1.57
รูปที่ 1.57 รูปทรงของตะไบเข็มบางแบบ
(ก) ตะไบแบน
(ข) ตะไบสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน
(ค) ตะไบท้องปลิง
(ง) ตะไบกลม
หมายเหตุ รูปทรงอื่น ๆ ก็มีลักษณะคล้ายคลึงกับตะในมาตรฐานทั่วไป
ตะไบโมลด์ (Rifflers)
เป็นตะไบที่มีคมตะไบทั้งสองด้านมีความละเอียดของคมตะไบเช่นเดียวกับตะไบเข็ม มีรูปร่าง, รูปทรงหน้าตัดและมุมต่าง ๆ กันให้เลือกใช้ได้มากมาย โดยทั่วไปจะมีขนาดความยาว 6 นิ้วและ 10 นิ้ว โดยทั่วไปตะไบชนิดนี้จะมีความคล่องตัวในการเลือกใช้สูงจึงไม่จำเป็นต้องตัดแปลงให้เหมาะสมกับงานเฉพาะอย่าง ตะไบโมลด์จะใช้สำหรับการแต่งผิวสำเร็จในบริเวณพื้นที่ที่แคบและเล็กของแม่พิมพ์ เช่น ร่องตัน ส่วนของเบ้า รัศมีเล็ก ๆ มุมแหลมคม เป็นต้น รูปทรงของตะไบชนิดนี้บางแบบได้แสดงไว้ในรูปที่ 1.56 ส่วนในรูปที่ 1.59 แสดงการตะไบด้านล่างของเบ้าด้วยตะไบโมลด์
รูปที่ 1.58 ตะไบโมลด์แบบต่าง ๆ
รูปที่ 1.59 การใช้ตะไบโมลด์แต่งผิวส่วนเบ้าของแม่พิมพ์
1.4.2.3 หินเจียระไนมือ
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในงานขัดและปรับขนาดของแม่พิมพ์ได้สะดวกและรวดเร็ว มีขนาดเล็กสะดวกต่อการใช้ ระบบกำลังขับมีทั้งแบบใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและใช้ลม มีอยู่ด้วยกันหลายชนิดซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดความเร็วรอบต่อนาที กำลังใช้งานและขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเพลายึดคมตัด บางแบบสามารถใช้กับสายข้ออ่อนทำให้การเคลื่อนไหวมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น ดังแสดงในรูปที่ 1.60 และ 1.61
รูปที่ 1.60 หินเจียระไนมือแบบใช้ลมขับ
รูปที่ 1.61 หินเจียระไนข้ออ่อน
หินเจียระไนมือจะมีเพลาสำหรับยึดหินเจียระไนอยู่ 2 แบบด้วยกันคือ
(1) แบบใช้จำปาจับ รูปที่ 1.62(ก) แบบนี้ระบบส่งกำลังขับมีทั้งแบบใช้ลมขับและใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับ โดยทั่วไปจะใช้จำปาขนาด 6 มิลลิเมตร
(2) แบบเพลาจับ รูปที่ 1.62 (ข) ส่วนมากจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเพลายึดหินเจียระไนจะมีลักษณะเป็นหน้าแปลนยึดขันด้วยนัดและสกรู
รูปที่ 1.62 เพลายึดหินเจียระไน
เครื่องมือตัดหรือคมตัดที่ใช้กับหินเจียระไนมือมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด คือ
(1) ตะไบหมุน มีรูปทรงต่าง ๆ กัน เช่น ทรงกรวย ทรงกลม ทรงกระบอก เป็นต้น
(2) หินเจียระไน มีรูปร่างต่าง ๆ กันหลายแบบและขนาดความละเอียดของเม็ดเกรนต่าง ๆ กันเพื่อให้สามารถใช้ได้เหมาะกับลักษณะและความละเอียดของงานที่ต้องการ
(3) ล้อขัดกระดาษทราย เป็นกระดาษทรายที่นำมาติดรอบแกนทรงกระบอก มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางและความละเอียดต่าง ๆ กันใช้สำหรับขัดผิวและลดขนาดลงน้อย ๆ
รูปที่ 1.63 คมตัดที่ใช้กับหินเจียระไนมือแบบต่าง ๆ
นอกจากนี้หินเจียระไนมือยังสามารถใช้ได้กับล้อขัดผ้าสำหรับขัดผิวแม่พิมพ์ให้ขึ้นเงาได้อีกด้วย
ในขณะใช้หินเจียระไนมือจะต้องคอยกรีดแต่งหน้าหินเจียระไนด้วยเพชรกรีดหินหรือแท่งกรีดหินให้หินเจียระไนมีความคมอยู่เสมอหรือกรีดแต่งหินเจียระไนมีรูปฟอร์มที่ต้องการ ในขณะเจียระไนควรสวมแว่นตาป้องกันเศษเสมอและควรมีแผ่นกั้นกันเศษเจียระไนไม่ให้กระเด็นถูกผู้อื่นหรือเพื่อนร่วมงาน
รูปที่ 1.64 แสดงการกรีดแต่งหน้าหินเจียระไน
รูปที่ 1.65 ความปลอดภัยในงานเจียระไน
1.4.2.4 หินขัด
ใช้สำหรับขัดผิวของแม่พิมพ์ เช่น ส่วนเบ้า ส่วนคอร์ รูวิ่ง เป็นต้น ให้มีขนาดและคุณภาพของผิวที่ต้องการ หินขัดมีลักษณะเป็นแท่งที่มีรูปร่างต่าง ๆ กัน อีกทั้งขนาดความโตและความละเอียดของเม็ดเกรนต่าง ๆ กันให้เลือกใช้ ดังแสดงในรูปที่ 1.66
รูปที่ 1.66 หินขัดแบบต่าง ๆ
1.4.2.5 กระดาษทรายและผ้าทราย
ใช้สำหรับขัดผิวแม่พิมพ์หลังจากใช้หินขัดแล้ว มีขนาดเม็ดเกรนทั้งหยาบจนถึงละเอียด
รูปที่ 1.66.1 กระดาษทรายและผ้าทราย
1.4.2.6 ผงขัด
ใช้สำหรับขัดผิวแม่พิมพ์ให้ละเอียด มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิดคือ
(1) อะลูมิเนียมออกไซด์ (Aluminium oxide) แบ่งเป็น 3 เกรด คือ หยาบ ปานกลาง และละเอียด
(2) ผงเพชร (Diamond paste) เกรดความละเอียดเป็นไมครอน แบ่งเป็นหยาบ ปานกลาง และละเอียด
รูปที่ 1.67 ตัวอย่างการใช้กระดาษทรายขัดโมลด์
จากรูปที่ 1.67 แสดงการใช้กระดาษทรายในการขัดผิวส่วนเบ้าของแม่พิมพ์ รูปที่ 1.67 (ก) นำกระดาษทรายมาพับเป็นชั้นแล้วใช้แท่งไม้ที่แต่งปลายให้เป็นมุมที่เหมาะสมกดลงบนกระดาษทรายและถูขัดผิวแม่พิมพ์ รูปที่ 1.67 (ข) ใช้กระดาษฉีกเป็นแถบหรือใช้กระดาษม้วนพันรอบปลายแท่งไม้แล้วถูขัดผิวแม่พิมพ์ เมื่อกระดาษทรายหมดคมก็เลื่อนกระดาษทรายไปเรื่อย ๆ จนหมด
รูปที่ 1.68 แสดงการใช้หินขัดแต่งผิวส่วนเบ้าของแม่พิมพ์ โดยบากเป็นร่องในหินขัดแล้วใช้แท่งไม้กดขัดผิว
ในการผลิตชิ้นส่วนของแม่พิมพ์นอกจากจะใช้กรรมวิธีตัดเฉือนขึ้นรูปแล้วยังสามารถผลิตชิ้นส่วนของส่วนเบ้าและส่วนคอร์ด้วยกรรมวิธีอื่น ๆ เช่น งานหล่อ งานอัดขึ้นรูป งานเคลือบผิวด้วยไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้